อีสุกไม่สดใส

โรคอีสุกอีใส  เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส  ส่วนใหญ่จะพบในผู้ป่วยที่เป็นเด็กส่วนใหญ่  อาการจะคันมีตุ่มขึ้นตามตัว เมื่อเราเอ่ยถึงโรคอีสุกอีใส  ส่วนใหญ่เราจะพบกับเด็กเป็นส่วนใหญ่  เพราะเด็กบางคนไม่ได้รับวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส  หรือรับไม่ครบ  เราเลยยังพบว่ายังมีเด็กเป็นโรคนี้อยู่  

ไม่ใช่ว่าโรคนี้จะเกิดกับเด็กเท่านั้น  ยังเกิดกับคนใกล้ชิดกับฉัน  เธออายุก็เกือบจะ  23  แล้ว โดยตอนแรกเธอก็ไม่แน่ใจหรอกว่าเธอเป็นอีสุกอีใส  เธอบอกว่าเริ่มแรกเธอมีอาการเหมือนคนจะเป็นหวัด  ตัวร้อนเหมือนจะมีไข้  แต่ไข้ก็ไม่สูง  เธอปวดตามเนื้อตามตัว  อ่อนเพลีย  เบื่ออาหาร มีอาการเป็นแบบนี้อยู่ 2 วัน พอวันที่สาม  เธอเริ่มคันตามร่างการ  มีผื่นขึ้นตามแขนตามขา  และที่แย่ที่สุด  เธอบอกว่าขึ้นที่ใบหน้าของเธอ 

โดยธรรมชาติของวัยรุ่นแล้วจะรักสวยรักงาม  โดยเฉพาะที่ใบหน้าต้องสวยดูดี  แต่พอมีตุ่มขึ้นมาเธอเกิดความเครียดมาก  อายเพื่อนจนไม่อยากออกไปไหน  เธอไปพบหมอ  หมอบอกว่าเป็นโรคอีสุกอีใส  ให้เธอทานยา  พักผ่อนให้เพียงพอ  ไม่แกะหรือเกาบริเวณที่คัน  หลีกเลี่ยงการใช้ของร่วมกับผู้อื่น  สิ่งนี้หมอไม่ต้องบอกก็ได้ 

เพราะอะไรเพราะว่าคนที่รู้ว่าเธอเป็นอีสุกอีใสก็ไม่ค่อยมีคนอยากเข้าใกล้เธออยู่แล้ว

ยิ่งเพื่อนบอกว่าไม่ได้รังเกียจเธอหรอก  แต่เค้ากลัวเค้าติดโรคด้วยเพราะเค้าว่าเค้าเองยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสเลย  ยิ่งเดียวนี้โรคเป็นแปลกๆ  แต่ก่อนว่าใครเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วจะมีภูมิคุ้มกัน  จะไม่เป็นอีสุกอีใสอีก  เธอเองก็ยืนยันนะว่าตอนเด็กเธอเคยเป็นมาแล้วครั้งหนึ่ง  พอโตมาอีกเธอก็ยังเป็นอีก  อาจจะมีภูมิคุ้มกันน้อย  โรคอาจพัฒนาขึ้นต้านภูมิเก่าก็เป็นได้  แม้นแต่คนที่บ้าน  ก็หลีกเลี่ยงการใช่สิ่งของร่วมกับเธอเช่นกัน           

เธอเองก็ดูและตัวเองอย่างดีเหมือนที่หมอบอกทุดอย่าง  แต่ที่เธอกลุ้มใจมากก็แผลเป็นบนใบหน้าของเธอ   ที่ต้องใช้เวลาในการรักษาค่อยข้างนาน  ยิ่งใบหน้าเป็นหน้าต่าง  เป็นประตูบนแรกที่คนมองกัน  ยิ่งวัยรุ่นความห่วงสวยยังมีมาก  หรือจะทุกคนนั้นแหละที่ห่วงใบหน้าเป็นพิเศษ  ถึงแม้นโรคอีสุกอีใส  จะเป็นโรคติดต่อที่ไม่ร้ายแรง  แต่ก็สร้างให้ผู้ที่ติดเชื้อเป็นกังวลอยู่มากเช่นกัน

โรคอีสุกอีใสในปัจจุบันนี้มีวัคซีนป้องกันแล้ว  แต่คนเราเมื่อเจอผู้ที่ป่วยเป็นอีสุกอีใสเราก็กลัวอยู่ดี  เพราะถ้ามีโรคแทรกซ้อนอย่างอื่นร่วมด้วยก็น่ากลัวเหมือนกัน  วิธีที่ดีที่สุดตอนนี้คือ  เราต้องทำให้ร่างกายเราเองแข็งแรงมากที่สุด  นอกจากสุภาพดีแล้วยังห่างไกลโรคหลายชนิดได้

 

ได้รับการสสนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

สาเหตุของผมที่ร่วง 

เมื่อหลายๆครั้งที่เรานั้นเห็นว่าผมของเรานั้นร่วงเราต้องมองด้วยความที่ว่าตกใจเพราะว่าทำไมถึงได้ร่วงเยอะจังแล้วทุกครั้งที่อาบน้ำและสระผมนั้นก็จะเห็นอีกว่าผมของเรานั้นร่วงเยอะมากบางทีหลุดออกไปกองอยู่ตรงรูระบายน้ำไม่ว่าจะเป็นหนุ่มๆหรือว่าสาวๆนั้นก็ต้องเป็นกังวลกันอย่างมากเพราะเรานั้นคิดว่าอายุของเรานั้นยังน้อยอยู่ทำไมผมถึงร่วงอะไรได้มากขนาดนี้บางครั้งเราก็บำรุงผมของเรานั้นอย่างดีทำไมผมยังบางจนบางครั้งนั้นเราก็ไม่รู้ตัวดังนั้นเราลองมาดูสิว่ามีอะไรบ้างที่ทำให้ผมของเรานั้นร่วง

สระผมนั้นบ่อยเกินไป  ไม่ว่าเรานั้นจะเป็นหนุ่มๆหรือว่าสาวๆนั้นถ้าเราเป็นคนที่ผมที่มันและเรานั้นจำเป็นที่ต้องสระผมนั้นทุกวันนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีเพราะว่าการที่เรานั้นสระผมบ่อยๆนั้นทำให้ผมของเรานั้นแห้ง  จนกลายเป็นว่าเรานั้นคันศีรษะ ระคายเคืองจนทำให้เรานั้นรู้สึกได้ว่าเรานั้นกลายเป็นรังแคและก็จะทำให้ผมของเรานั้นร่วงในเวลาต่อมา 

หวีผมบ่อยหวีแรง หวีตอนผมนั้นเปียก เมื่อสาวๆนั้นเป็นคนที่รักผมนั้นและต้องคอยที่จะหยิบหวีนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะหวีผมของตัวเองนั้นบ่ายหรือว่าชอบหวีผมในขณะที่ผมนั้นยังเปียกอยู่นั้นเพราะว่าเรานั้นอาจจะทำร้ายผมของตัวเองนั้นโดยที่ไม่รู้ตัวเพราะว่าการที่เรานั้นหวีผมทำให้ผมเรานั้นหลุดร่วงมากขึ้นโดยไม่จำเป็นการที่เรานั้นหวีเป็นการเสียดสีกับเส้นผมมากอาจจะเป็นการทำให้ผมของเรานั้นเสียได้เช่นกัน 

ใช้ไดร์ในการที่เรานั้นเป่าผมนั้นร้อนและบ่อยเกิน ความร้อนจากไดร์เป่าผมนอกจากทำให้ผมเรานั้นแห้งเสียได้ง่ายแล้วยังทำให้ผมของเรานั้นร่วงและคัน ขาดความชุ่มชื้นนั้นอีกด้วยจึงทำให้เส้นผมหลุดร่วงจากหนังศีรษะได้ง่ายเพราะดังนั้นเราไม่ควรที่จะเป่าไดร์และใช้ความร้อนที่นานเกินไปหรือว่าบ่อยมากเกินไป

ดัด ย้อม ทำสีผม มากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มหรือว่าสาวๆนั้นที่ชอบเรื่องการที่ทำสีผมนั้นเพราะว่าการที่เรานั้นทำสีผมนั้นทำให้ผมของเรานั้นขาดหลุดร่วงและยังทำให้ผมของเรานั้นนั้นชี้ฟูอีกด้วยมีอย่างเดียวที่เรานั้นจะทำได้คือการที่เรานั้นต้องรอให้ผมของเรานั้นยาวแล้วค่อยตัดผมออก อันนี้ยังไม่รวมกับคนบางกลุ่มที่แพ้น้ำยาการทำสีผมนั้นอีกเพราะว่าบางคนนั้นทำแล้วนั้นทำให้หน้าบวม ตาบวม เพราะว่าเรานั้นแพ้น้ำยาการทำสีผมมันน่ากลัวมากใช่ป่ะ

ทานอาหารรสจัด อันนี้หลายคนนั้นอาจจะงงว่าเกี่ยวอะไรกันการที่เรานั้นกินอาหารรสจัดส่งผลให้เรานั้นเป็นความดันโลหิตนั้นสูง เส้นเลือดนั้นหดตัวลง เป็นที่ทำให้เลือดนั้นไปเลี้ยงรากผมนั้นไม่จนทำให้ผมของเรานั้นเริ่มที่จะร่วงได้เพราะว่ารากผมของเรานั้นไม่แข็งแรง 

 

 

สนับสนุนโดย  แทงหวยออนไลน์

ป้องกันและฟื้นฟูเพื่อสุขภาพที่ดี

คนที่ฉลาดที่สุดคือคนที่ไม่ได้เห็นว่าสมบัติเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุด แต่สิ่งที่มีค่าที่สุดและเป็นสมบัติคือสุขภาพตัวเรานั่นเองและไม่มีใครรักสุขภาพเท่าตัวเรารักสุขภาพตัวเองด้วย ในมนุษย์นั้นสามารถมีความหนุ่มความสาวได้แม้ว่าอายุเท่าไหร่ก็ตาม ไม่ใช่ว่าเป็นคนแก่แก่แล้วแก่เลย คนวัยรุ่นก็ใช้ชีวิตอย่างประมาทเลยเพราะคิดว่าตัวเองนั้นยังหนุ่มสาวอยู่ซึ่งความคิดแบบนี้นั้นเป็นความคิดที่ผิดอย่างมาก

ความเสื่อมคือสิ่งที่ผิดปกติกับร่างกายเราแต่เรานั้นยังไม่รู้หรืออาจจะไม่ได้สนใจหรือระวัง และนี่อาจเป็นสิ่งที่เป็นสัญญาณเตือนเราแล้วนั่นเอง ความเสื่อที่มาพร้อมกับอายุแน่นอนว่าในช่วงวัยเด็กนั้นก็จะมีโคในวัยเด็ก เช่นเด็กบางคนเป็นภูมิแพ้ ใต้ตาคล้ำ บ้างก็ผมร่าง พัฒนาการช้า ไอคิวต่ำ เป็นต้น ซึ่งถ้าผู้ปกครองนั้นมีความใส่ใจในตัวเด็กว่านี่แหละคือสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นนั่นเอง ถ้าเราเข้าใจว่าสิ่งนี้นั้นคือความเสื่อมเราก็ต้องหาต่อว่าความเสื่อมนี้นั้นต้นเหตุเกิดมาจากอะไรนั่นเองและนี่เป็นความเสื่อในช่วงวัยเด็ก

เมื่ออายุเริ่มเข้าช่วง 20-30ปี ซึ่งวัยนี้นั้นก็เป็นวัยที่มีความเสื่อเช่นกัน แต่อาจจะเป็นวัยที่มีความเสื่อน้อยกว่าวัยอื่นๆ เพราะเป็นวัยที่มีการเจริญเติบโตทั้งฮอร์โมนต์เพศชายและฮอโมนต์เพศหญิง ทำให้ถึงแม้จะใช้ชีวิตอย่างหนัก เช่นนอนดึก ดื่มแอลกอฮอร์ รับปรทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และต่างๆมากมาย เราต้องคำนึงว่าวันหนึ่งพอเราอายุมากขึ้น ความเสื่อมมากขึ้น ฮอร์โมนต์ตกลงมา เราค่อยไปชดใช้กรรมในช่วงตอนอายุมากๆนั่นเอง

ช่วงอายุ 30-40 ปีเป็นวัยที่เริ่มมีการสร้างครอบครัว แต่ในปัจจุบันนั้นในช่วงวัยนี้ถือเป็นวัยที่มีลูกยากมาก สาเหตุอาจจะเกิดจากการทำงานเยอะหรือความเครียดในการใช้ชีวิตเป็นต้น  ซึ่งจริงๆแล้วการมีลูกยากนั้นก็อาจจะเกิดจาดหลายปัจจัย ซึ่งส่วนใหญ่มักมาจากตัวเราเองทั้งสิ้น ช่วงอายุ40-50ปี เป็นช่วงวัยที่ที่ต้องเตรียมพร้อมในการรับมือเพื่อเข้าสู่วัยทอง หรือเป็นช่วงที่ลูกกำลังเติบโต ต้องทำงานหนัก หน้าที่การงานใหญ่โตขึ้น

ความรับผิดชอบเยอะขึ้น ก็จะเป็นวัยที่มีการใช้ชีวิตมาหนักในช่วงที่เป็นวัยรุ่นนั่นเอง และโรคที่ตรวจพบในคนช่วงวัยนี้ก็คือเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูง เป็นต้น แต่ในปัจจุบันโรคพวกนี้นั้นสามารถพบเจอได้ตั้งแต่คนอายุ 20ปีเป็นต้นมา แสดงได้ว่าโรคที่เกิดจากการใช้ชีวิตผิด เช่นการกินอาหารที่ไม่ดี การนอนพักผ่อนที่ไม่เพียงพอหรือไม่มีการออกกำลังกายที่ดี ดังนั้นเราควรจะต้องมีการใช้ชีวิตไม่ว่าจะช่วงวัยไหนให้ดีที่สุดนั่นเอง

 

สนับสนุนโดย  หวยลาวจ่ายบาทละเท่าไร

คาร์บอนมอนออกไซด์ สารในบุหรี่มวน

อีกหนึ่งสารอันตรายตัวสำคัญของบุหรี่มวน จริงๆแล้วสารนี้เป็นสารอันตรายที่เรารู้จักกันดีแล้วในอดีต เพราะมันคือสารอันตรายที่เคยสร้างความปวดหัวให้กับคนทั้งโลกมาแล้ว ในยุคที่รถยนต์เครื่องยนต์น้ำมันดีเซลนั้นรุ่งเรื่อง ก็เป็นยุคที่รถยนต์เพิ่งจะมีนวัตกรรมใหม่ๆของเครื่องยนต์

แต่ยังไม่ได้คิดถึงสภาพของความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากนัก ยุคนั้นน้ำมันรถยนต์ที่ถูกเผาไหม้ออกมาก็ได้พ่นก๊าซอันตรายมากมายหลายชนิดออกมา เราอาจจะจำได้ตั้งแต่ยิ่งที่มีสารตะกัว แล้วก็มีรณรงค์กันยกใหญ่ จนสุดท้ายก็หาทางกำจัดเจ้าสารตะกัวออกไปได้ แล้วเทคโนโลยีก็เปลี่ยนไป แล้วอีกยุคหนึ่งก็ต้องมานั่งปวดหัวกับเจ้า คาร์บอนมอนออกไซด์นี้ ที่ตามถนน มีมากมายจนทำให้หายใจหายคอกันลำบากแทบตายเลยล่ะ พวกรถเมย์นี่ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ จริงๆแล้วสารตัวนี้ไม่ได้มีกลิ่นหรอก แต่มันมาพร้อมสารตัวอื่นที่โดนเผาไหม้จนเกินเป็นกลิ่นที่เหมือนกับควันท่อไอเสียรถยนต์นั้นเอง ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีใหม่ๆได้ทำให้ก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์น้อยลงแล้วสำหรับรถยนต์ แต่ก็ยังมีอยู่นะไม่ใช่ว่าหายไปเลย

พอคนในสังคมรู้ถึงโทษของก๊าซคาร์บอนมอนออกไซด์นี้ ก็พากันกลัวแล้วก็รณรงค์จนทำให้ได้รับผลที่ดี เทคโนโลยีของโลกก็ได้เปลี่ยนไปแล้วก็ลดสารพวกนี้ลงจากการสันดาบของรถยนต์นั้นเอง แต่ว่ากับบุหรี่มวน ก็เป็นสิ่งที่สร้างก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ออกมาอย่างมาก ยิ่งคนสูบเยอะเท่าไหร่ ก็ทำให้มันอยู่ในบรรยากาศมากเท่านั้น แต่ก็แปลกที่ทุกคนกลับไม่สนใจมัน แล้วก็ก้มหน้าก้มตาสูบกันต่อไป

โดยมองความโทษอันร้ายแรงของมัน โทษของเจ้านี้ที่มีผลต่อร่างกายนั้น ส่วนใหญ่จะไปเกิดกับระดับของเม็ดเลือด เพราะมันเป็นตัวร้ายที่ขวางโลกมากๆ ด้วยการขัดขวางไม่ให้พวกออกซิเจนไปอยู่กับเม็ดเลือด นั้นก็หมายความว่า เลือดที่ไปเลี้ยงร่างกายนั้นก็เอาออกซิเจนที่เป็นอาหารของเซลล์ไปได้น้อยลงนั้นเอง ส่งผลให้เกิดอะไรหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นอาการหน้ามืดเฉียบพลัน หรือการที่ร่างกายพยายามสร้างเม็ดเลือดเพิ่มขึ้นเพราะเข้าใจผิดว่าเม็ดเลือดน้อยทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายน้อยนั้นเอง

แล้วนั้นก็เกิดเป็นผลตามมาคือ ภาวะเลือดข้น เป็นสภาวะที่ทำให้ร่างกายเกิดความดันสูงมากๆ เพราะว่าเม็ดเลือดนั้นมันเยอะเกินไปทำให้มันเป็นข้นๆ แล้วร่างกายก็จะต้องใช้แรงดันมากขึ้นในการดันมันไปตามร่างกาย แล้วนั้นก็ส่งผลให้เกิดเป็นภาระให้กับหัวใจมากเกินไป จนสักวันหนึ่งก็จะกลายเป็นโรคหัวใจได้

นี่คือโทษของสารที่เรียกได้ว่าไม่ได้มีประโยชน์กับร่างกายเลยสักนิด แต่คนเราก็ยังหลับหูหลับตาสูบกันไปต่ออยู่ดี

 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

คุณหรือไม่ว่า จริงๆแล้ว Intermittent Fasting หรือ IF มีอยู่หลายวิธี 

คุณที่เคยได้ยินเรื่อง Intermittent Fasting หรือ IF มา คุณอาจจะได้ยินมาแต่ IF 16/8  เพราะวิธีนี้หรือสูตรนี้เป็นวิธีที่ฮิตที่สุดในบรรดาการลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting หรือ IF คุณหรือไม่ว่าจริงๆแล้ว วิธีการทำ Intermittent Fasting หรือ IF นั้นมีหลายวิธีมาก วันนี้เรามีข้อมูลดีๆมากฝากกันค่ะ มีทั้งหมด 6 วีธีกันเลยทีเดียว

Lean Gains หรือ IF 16/8 ที่เป็นวิธีที่นิยมที่สุด เพราะอย่างดาราดังฮอล์ลีวูด ก็ใช้วิธีนี้กันค่ะ นั้นก็คือการอดอาหาร 16 ชั่วโมง และกินอาหารได้ 8 ชั่วโมง สำหรับมื้อใหม่บางคนอาจจะเริ่มจากการ อดอาหาร 14 ชั่วโมงและ กินอาหาร 10 ชั่วโมงก่อนก็ได้ จะได้ค่อยๆปรับตัวให้ร่างกายชินมากขึ้น 

Fast 5  หรือ IF 19/5 โหดขึ้นมาอีกนิดสำหรับการทำ Intermittent Fasting เพราะ IF 19/5 นั้นคือการที่คุณต้องอดอาหารนานขึ้นเป็นเวลา 19 ชั่วโมงและ กินอาหารได้แค่ 5 ชั่วโมงเท่านั้น 

Eat Stop Eat หรือ IF แบบ อดอาหาร 1 วันเต็มๆ ซึ่งจะเป็นการทำที่เพิ่มความเข้มข้นเข้าไปอีกเพราะ คุณจะต้องอดอาหารเป็นเวลา 24 ชั่วโมงต่อเนื่อง และอีกวันถึงจะกินอาหารได้ วิธีการนี้ไม่แนะนำให้ทำบ่อย ให้ทำ 1-2 ครั้ง ต่อ สัปดาห์ แนะนำว่าวันที่กินอาหารได้ก็ยังควรเลือกสรรและดูแคลอรีอาหารให้อยู่ตามจำนวนที่เหมาะสมต่อร่างกายนะ ส่วนมือใหม่แนะนำว่าอย่าเพิ่งทำเลยเดี๋ยวคุณจะตบะแตกก่อน และจะทำให้คุณมีอารมณ์แปรปรวนได้ด้วยนะ

5/2 หรือ IF 5/2 คือการกินแบบปกติ 5 วันและอีก 2 วัน  คือการอดอาหาร คุณจะทำ2 วันติดกันหรือห่างกันก็ได้ แต่วิธีนี้ไม่ได้อดแบบไม่ได้กินอะไรทั้งวันนั้น เพียงแต่จะกินน้อยลงแทน ผู้ชายสามารถกินได้ถึง 600 แคลอรี และ ผู้หญิงกินได้ 500 แคลอรี คือกินได้แค่ 1 ใน 4 ของ แคลอรีต่อวันเท่านั้นค่ะ 

Warrior Diet หรือ IF 20/4 คือการอดอาหารเป็นเวลา 20 ชั่วโมงและ กินอาหาร 4 ชั่วโมง หรือ ก็คือกินมื้อใหญ่ๆมื้อเดียวนั้นเอง โดยควงจะเน้นอาหารประเภท โปรตีนและผักให้เยอะๆ และช่วงที่อดให้ดื่มน้ำเยอะๆ หรือ อาหารแคลอรีต่ำๆได้เพียงนิดหน่อยเท่านั้น

ADF (Aternate Day Fasting) คือ การกินวันเว้นวัน นั้นก็คือเป็นวิธีที่ยากที่สุด เพราะคุณจะต้องอดอาหาร 1 วัน และอีก 1 วัน ถึงจะกินอาหารได้ หรือหากบางคนไม่ไหวจริงๆวันที่อดอาหารจะให้กินอาหารเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดที่เป็นทางเลือกในการลดน้ำหนักของ Intermittent Fasting หรือ IF เพื่อนๆลองเลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะสมกับร่างกายและสุขภาพของตัวเองกันดูนะคะ

 

 

สนับสนุนโดย  ชุดตรวจ hiv

นอนนั้นสำคัญอย่างไร

การนอนหลับพักผ่อนนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของเรา เพราะหากเราพักผ่อนไม่เพียงพอความสามารถในการดำเนินชีวิตในวันนั้นก็จะไม่มีประสิทธิภาพ ช่วงเวลานอนที่ดีที่สุดนั้นจะอยู่ที่ประมาณไม่เกินสี่ทุ่ม เพราะช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายของจะพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

ฉะนั้นแล้วการได้นอนตามเวลาที่ร่างกายของเราต้องการก็จะเป็นผลดีต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน ร่างกายของเราต้องการการพักผ่อนเป็นอย่างมากเพราะหากร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเป็นประจำระบบทำงานในร่างกายของเราก็อาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ แน่นอนว่าสุขภาพของเราก็จะทรุดโทรมลงไปได้ สิงที่เห็นได้ชัดเจนคือผิวพรรณที่ดูหมองคล้ำไม่สดชื่น แม้ว่าเราทุกคนจะรู้อยู่แล้วว่าการพักผ่อนอย่างเต็มที่เป็นสิ่งที่ควรทำ แต่ว่าหลายๆคนก็ละลายการนอนไป เพราะพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราเอง ทั้งพฤติกรรมการติดโทรศัพย์

การออกไปเที่ยวยามราตรี และการทำงานที่ไม่เป็นเวลา ส่งผลทำให้ร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการนอน คุณจะกลายเป็นคนนอนและในที่สุด เมื่อคุณเกิดนอนดึกบ่อยๆขึ้นจนติดเป็นนิสัยพฤติกรรมการนอนไม่หลับก็จะตามมา หลายๆครั้งที่คุณต้องการการพักอย่างจริงจัง แต่ว่าพฤตกรรมการนอนของคุณที่เปลี่ยนไปนั้นส่งผลให้คุณนอนไม่หลับ และเมื่อคุณนอนไม่หลับสิ่งที่ตามาก็คืออาการหงุ่ดหงิด เพราะนอกจากจะนอนไม่คุณก็รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวอีกด้วย หลายๆคนพึ่งวิธีที่ผิดๆโดยการไปพึ่งยานอนหลับ

ทำให้ทุกครั้งที่คิดจะหลับคุณจะต้องอาศัยยานอนหลับตลอด ซึ่งยาเหล่านี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายของคุณเป็นอย่างมาก ซึ่งผลดีที่มันช่วยให้คุณนอนหลับได้นั้นหรือเวลาที่คุณเครียดๆยาเหล่านี้ก็มีส่วนที่จะทำให้อาการเหล่านี้ของคุณดีขึ้นได้ แต่ว่าผลเสียที่ตามนั้นหากกินเข้าไปเป็นประจำแล้วจะส่งผลต่อร่างกายคุณ ดังนี้

 

  • คุณจะรู้สึกวิงเวียนศรีษะ ปวดหัว และอาจจะทำให้คุณทรงตัวไม่อยู่จนเกิดอุบัติเหตุได้
  • ยานอนหลับนั้นจะส่งผลทำให้คุณเกิดปัญหาทางระบบทางเดินอาหารได้ เช่น ท้องร่วง และคลื่นไส้อาเจียน
  • คุณจะรู้สึกง่วงระหว่างวันมากขึ้น ซึ่งการง่วงไม่เป็นเวลาของคุณนั้นอาจจะส่งผลร้ายต่อคุณ เช่นหลับในเวลาที่คุณขับรถ และนั่นอาจจะทำให้คุณเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้
  • ยานอนหลับจะทำให้คุณมีปัญหาทางด้านความทรงจำระหว่าง และอาจจะส่งผลถึงความทรงจำของคุณในระยะยาวได้
  • คุณจะรู้สึกอาการแพ้ยาที่รุนแรงได้ เช่น บนใบน่า ลิ้น ริมฝีปาก และลำคอคุณก็จะบวม เกิดลมพิษ ผื่น ได้ง่าย ระบบหายใจของคุณจะผิดปกติส่งผลทำให้หายใจลำบากมากขึ้น

 

หากคุณอย่างที่จะทำให้การนอนของคุณนั้เป็นปกติ คุณควรเริ่มที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตในบางส่วน เช่น งดการเที่ยวกลาง ติดโทรศัพย์ให้น้อย แบ่งเวลาในการทำงานให้มากขึ้น และหาตัวช่วยที่ถูกวิธีสำหรับการนอนของคุณ เช่นอาจจะหาเทียนหอมมาจุดเพื่อให้กลิ่นหอมเป็นตัวช่วยในการนอนของคุณ เพราะไม่เช่นนั้นคุณก็จะเสียหายการดำเนินชีวิตประจำวันของคุณอาจจะไม่ราบรื่นอย่างที่เคย และที่สำคัญอาจจะทำให้เกิดอุบัติซึ่งสามารถทำให้คุณเจ็บตัวได้ซึ่งอาจจะเกิดจากการง่วงไม่เป็นเวลา และหลับใน

 

 

สนับสนุนโดย  สมัครเว็บหวยฮานอย

คุณสามารถแยกออกหรือไม่ว่าไข้หวัดธรรมดากับไข้หวัดใหญ่ต่างกันอย่างไร

ปัญหาการเป็นไข้หวัดเชื่อว่าในแต่ละปี ทุกคนคงเคยเป็นไข้หวัดกันมาบ้างแล้วอาจจะมีอาการปีละ 2-3 ครั้งซึ่งแล้วแต่ความแข็งแรงของร่างกายของแต่ละคนปัญหาการเป็นไข้หวัดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึงคนแก่ที่ชราภาพมากแล้วก็ยังมีโอกาสเป็นไข้หวัดกันได้ ยิ่งในช่วงนี้ที่อาการแปรปรวนเราสามารถเป็นไข้หวัดได้แทบทุกฤดู แต่การเป็นไข้หวัดก็มีหลายสายพันธ์ให้เป็นซึ่งตอนนี้มีทั้งไข้หวัดธรรมดา มีทั้งไข้หวัดใหญ่และยังมีการแตกไปเป็นสายพันธ์ต่างๆอีกด้วย อย่างที่เรารู้กันว่าไข้หวัดใหญ่จะมีอาการที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดาและยังสามารถสร้างอันตรายให้กับชีวิตเราได้มากกว่าไข้หวัดธรรมดาหลายเท่าตัวเลยทีเดียว

แต่ใครสามารถแยกแยะออกได้หรือไม่ว่าที่เรากำลังป่วยอยู่นี้ เราเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือเราเป็นไข้หวัดใหญ่กันแน่ วันนี้เราจึงข้อมูลการเปรียบเทียบไข้หวัดทั้งสองแบบมาฝากกันเพื่อที่เราจะได้รู้วิธีการรักษาตัวเองเบื้องต้น ซึ่งหากเราเป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดาก็ไม่จำเป็นต้องไปหาหมอแค่เพียงซื้อยามากินเองก็หาย แต่หากเรากำลังเป็นไข้หวัดใหญ่อยู่ละก็ควรจะรีบไปพบแพทย์ทันที

  1.  อาการไข้   สำหรับคนที่เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา  จะมีอาการของไข้ต่ำๆไม่สูงมากซึ่งเราสามารถหาซื้อยามาทานเอง เช่นยาไทลินอลสำหรับลดไข้กินเพียงแค่ 1-2 วันก็หายแล้ว แต่สำหรับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการไข้ขึ้นสูงมาก ถ้ากินยาลดไข้อาการไข้ก็จะลดลงแต่ถ้าหมดฤทธิ์ยาอาการไข้ก็จะกลับมาอีกซึ่งคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่มักจะมีอาการเป็นไข้นานมากกว่า 3-4 วัน
  2. ปวดหัว สำหรับคนที่เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา   จะปวดหัวแค่นิดหน่อยนอนพักผ่อนไม่นานก็จะหายไปเองหรือครั้งอาการปวดหัวก็ไม่เกิดขึ้นเลย แต่สำหรับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่  มักจะมีอาการปวดหัวรุนแรงมากกว่า
  3. ปวดเมื่อยตามเนื้อตามตัว    สำหรับคนที่เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา   จะมีอาการปวดเมื่อยเพียงเล็กน้อยหรืออาจจะไม่มีอาการเลย  แต่สำหรับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาหารปวดเมื่อยเนื้อตัวเป็นอย่างมาก
  4. อาการอ่อนเพลีย  สำหรับคนที่เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดา   จะมีอาการเพลียนิดหน่อยเป็นไม่นานแค่วันหรือสองวันก็ดีขึ้นแล้ว แต่สำหรับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่  จะมีอาการอ่อนเพลียหลายวันมากบางครั้งนานเป็นอาทิตย์เลยก็มี
  5. อาการไอ   สำหรับคนที่เป็นเพียงแค่ไข้หวัดธรรมดาจะมีอาการไอนิดหน่อย ลักษณะเป็นการไอแบบแห้งๆ      แต่สำหรับคนที่เป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีอาการรุนแรงมากและยังมีเสมะเยอะ ซึงจะมีลักษณะเหนียวๆข้นๆ

 นี่เป็นเพียงแค่อาการบางสวนที่เป็นข้อแตกต่างระหว่างไข้หวัดกับไข้หวัดใหญ่

 

ได้รับการสนับสนุนมาจาก  แทงหวยลาว

รู้จัก หวยยี่กี่ กันหรือยัง?

มาครั้งนี้จะขอแนะนำให้เพื่อน ๆรู้จักกับ  หวยยี่กี่ หวยออนไลน์ที่ออกรางวัลบ่อยมาก ๆ แต่การออกต่างกับหวยที่รัฐบาลออกแบบสิ้นเชิงเลยครับ โดยรวม ๆแล้วจะออกอยู่ทั้งหมด 88 รอบต่อวัน หรือถ้าคิดเป็นนาทีก็จะออกทุก ๆ 15 นาที ครับ สามารถแทงได้ตลอด 24 ชม.  ส่วนแนวทางการเล่นก็จะแทงเหมือนกับ ล็อตเตอรี่ นั่นเองครับ 

หวยยี่กี่ ออกผลรางวัลตอนไหน ?

 รอบแรกที่เปิดให้แทงจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00 น. ครับ แต่ผลจะออกครั้งแรกที่เวลา 6.00 โมงครับ และรอบสุดท้ายที่ปิดรับแทงหวยยี่กี่ก็จะปิดในช่วง เวลา 03.45 น.  สามารถแทงได้ตลอดไม่มีจำกัดจำนวนครั้ง แต่ทุก ๆครั้งจะต้องแทงเลขให้ได้มากกว่า 20 ตัว ถึงจะมีสิทธิรับเงินรางวัลจากหวยยี่กี่ครับ 

 และในแต่ละรอบเมื่อจบการประกาศผลทางระบบมีใช้เวลาคิดคำนวณประมวลผลต่าง ๆ หรือที่เรียกว่า ตรวยโพย ประมาณ 2 – 3 นาทีครับ หลักจากนั้นถ้าคุณแทงถูกระบบก็จ่ายเงินให้กับคุณเพื่อที่จะได้นำเอาไปแทงในตาต่อไปได้ทันเวลาครับ   

อัตราการจ่ายหวยยี่กี่

      อัตราการจ่ายของหวยยี่กี่นั้นสูงจนน่าดึงดูดเข้าไปเล่นมาก ๆครับ โดยอัตราการจ่าย 3 ตัว จะอยู่ที่บาทละ 800  และ แบบ 2 ตัว อัตราการจ่ายอยู่ที่บาทละ 90 ครับ 

แล้วหวยยี่กี่เล่นยังไงให้ได้เงิน 

  ถ้าจะหาสูตรการเล่นหวยยี่กี่ออนไลน์แบบให้ได้เงิน 100% นั้นไม่มีหรอกครับ จะมีแต่ก็พวกเทคนิคทำเงินมากกว่าครับ  ซึ่งเทคนิคข้อคิดที่คุณจะต้องตั้งเป้ากับการเสี่ยงโชครูปแบบอย่างนี้ก็มีอยู่ว่า เราจะเล่นยังไงให้ไม่เสียเงินไปมากกว่าจากเงินที่ลงทุนไปนั่นเอง 

        สำหรับเทคนิคแรกที่ขอแนะนำเลย คือ เทคนิคแบบซื้อหวย 50 ตัว ครับ  เทคนิคนี้เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องใช้ความคิดและสมองเยอะเลยครับ ซึ่งหวยยี่กี่มันจะมีทั้งหมด 99 ตัว ซึ่งเราซื้อหวยได้มากเลขเท่าไหร่เราก็มีโอกาสถูกรางวัลสูงมากขึ้นเท่านั้น  แต่ทั้งนี้ก็ต้องลงเงินอย่างมีขอบเขต ตัวอย่างเช่น สมมุติถ้าคุณลงเล่นทั้งหมด 50 ตัว ด้วยเงินลงทุนที่ตัวละ 2 บาท หากถูกขึ้นมาคุณก็จะได้รับกำไร 40 บาทครับ 

ส่วนวิธีสุดท้ายที่อยากบอกเพื่อน ๆก็จะเป็นเทคนิคการแทงหวยยี่กี่ที่เลขหลักสิบครับ ขั้นตอนนี้คุณจะต้องดูก่อนกว่า 2 ตัวล่างนั้นออกเลขตัวใด เมื่อทราบแล้วตาต่อไปก็ให้นำเอาเลขหลัก 10 ของ หวย 2 ตัวล่างนั้นมาแทง ตัวอย่างเช่น  ตาก่อนหน้าเลข 2 ตัวล่าง ออกมาเป็น 79 ตาต่อไปก็ให้คุณนำเอาเลข 7 มายึดเป็นหลัก เปรียบเสมือนเลขวิ่ง จากนั้นให้นำมาแทงในลักษณะเรียงรูดกันทั้ง 2 ตัว คือ แทงไล่ตั้งแต่ เลข 5 4 3 2 1เป็นต้น ครับ  

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ซื้อหวยลาว4ตัว

ใครบอกว่าเป็นเอดส์ต้องตาย ดูแลดีก็มีชีวิตปกติได้

ลบล้างทุกความเชื่อเก่าๆเกี่ยวกับโรคเอดส์ไปได้เลยว่า ผู้ใดที่เป็นโรคเอดส์ หรือติดเชื้อ HIV จำเป็นที่จะต้องตายสถานเดียว เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์เจริญก้าวหน้าไปไกลมากแล้ว ถ้าหากคนไข้เข้ารับการดูแลและรักษาอย่างถูกทาง สามารถดำเนินชีวิตอยู่อย่างปกติสุขร่วมกับคนธรรมดาทั่วไปได้อีกนับสิบปีเลยทีเดียว

เชื่อว่าชาวไทยหลายๆคนยังคงติดอยู่กับภาพเดิมๆว่าคนไข้โรคเอดส์จำเป็นต้องทนทุกข์ทรมาน มีแผลขึ้นตามตัว และก็ในที่สุดก็เสียชีวิตทุกราย เนื่องจากว่ายังไม่มียารักษาให้หายขาดได้ 100% แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว ข้อเท็จจริงเป็นยังไง เทคโนโลยีทางด้านการแพทย์ก้าวล้ำไปถึงไหนแล้ว

ทราบไว้ก่อน ผู้ติดโรค HIV กับ ผู้ป่วยโรคเอดส์ แตกต่างกัน!

อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีบางคนที่สับสนว่า ผู้ที่ติดโรค HIV กับผู้ที่มีอาการป่วยเป็นโรคเอดส์ คือคนเดียวกัน ความหมายเช่นเดียวกัน ซึ่งในความเป็นจริงแล้วทั้งสองอย่างให้ความหมายไม่เหมือนกัน

ผู้ติดเชื้อ HIV คือ คนที่ได้รับเชื้อ HIV เข้าสู่ร่างกายแล้ว แล้วก็ยังไม่มีลักษณะการป่วยใดๆก็ตาม

ผู้ป่วยเอดส์ คือ คนที่ติดเชื้อโรค HIV และก็มีอาการป่วยด้วยโรคฉวยโอกาส ซึ่งก็คือมีอาการป่วยด้วยโรคอื่นๆที่เข้ามาทำร้ายร่างกายในช่วงเวลาที่ร่างกายกำลังจะมีภูมิคุ้มกันโรคบกพร่อง ตัวอย่างเช่น วัณโรคในปอด เยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อรา หรือโรคผิวหนังบางชนิด (อย่างที่พวกเรามักจะเห็นกันว่าผู้ป่วยเอดส์มีแผลเต็มร่างกาย ซึ่งไม่ได้มาจากการเป็นโรคเอดส์ แต่ว่ามาจากโรคอื่นๆที่เข้าทำร้ายร่างกาย หลังภูมิคุ้มกันบกพร่อง)

ซึ่งเมื่อผู้ป่วยเอดส์รักษาโรคฉวยโอกาสต่างๆจนกระทั่งหายดีแล้ว ก็จะกลับมาอยู่ในสถานะผู้ติดเชื้อ HIV อีกรอบ

เอดส์ ไม่ได้เป็นแล้วจะต้องเกิดแผลเต็มตัว แล้วในที่สุดก็เสียชีวิต อย่างที่ใครหลายๆคนคิด!

ปัจจุบันนี้โรคเอดส์มิได้น่ากลัวอย่างที่ทุกคนคิด ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รักษาให้หายขาดได้ แต่ว่าก็สามารถรับการดูแลรักษาด้วยยาต้านเชื้อไวรัส HIV ซึ่งครอบคลุมอยู่ในสิทธิประโยชน์ของหลักประกันสุขภาพ ที่ทำให้ผู้ติดเชื้อโรคทุกคน ได้รับยาต้านทานเชื้อไวรัสทันทีที่ตรวจเจอ ยิ่งเริ่มทานยาเร็วมากแค่ไหน ยิ่งเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับร่างกาย ภูมิคุ้มกันไม่ถูกทำลาย สามารถไปเรียน ทำงาน แล้วก็ดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้เสมือนคนธรรมดาทั่วๆไป

ในกรณีที่พบคนป่วยร่างกายทรุดโทรม จนกระทั่งจำเป็นต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาล ต่อจากนั้นจึงเริ่มมีแผลขึ้นตามเนื้อตามตัว และก็เสียชีวิตนั้น มีสาเหตุจากการที่คนป่วยติดเชื้อ แล้วไม่ได้เข้ารับการดูแลรักษา ไม่ได้รับยาต้านเชื้อไวรัส และก็เสียชีวิตจากโรคแทรกซ้อนเท่านั้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  ชุดตรวจ hiv

การเบิร์นหูฟัง Burn In เป็นอย่างไร

การเบิร์นหูฟัง Burn In หรือการปลดล๊อคหูฟัง

ให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นไปอีกขั้นตอนเราซื้อหูฟังมาแรกๆ ตัว Diaphragm ไดร์อาแฟรม หรือตัวขับเสียงของหูฟัง อาจจะแข็งมากๆ พอเราใส่ฟังครั้งแรกเสียงที่ออกมาจะดูแข็งๆ ไม่เหมือนที่เราได้ไปลองรุ่นเดียวกันที่ร้าน เพราะของที่ให้ลองนั้นอาจจะมีการเบิร์นให้เข้าที่เข้าทางมาก่อนอยู่แล้ว

จึงทำให้มีประสิทธิภาพที่สูงตามอย่างที่บางคนหรือบางร้านรีวิวเอาไว้ การเบิร์นหูฟังนั้น จะทำให้ตัว ไดรอาแฟรม นั้นเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ไม่กรอบแข็งตัวจนเกินไป การเบิร์นหูฟังมีหลายวิธีหลายแบบที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมาก เพราะยังไม่มีสูตรตายตัวอย่างใด เราจะมายกตัวอย่างวิธีการเบิร์นหูฟังแบบง่ายๆ โดยรักษาสภาพหูฟังโดยไม่ให้พัง ดังนี้

1.ใช้ไฟล์ความละเอียดสูง Lossless Audio File

เป็นวิธีที่ยอมรับกันแทบจะทั่วโลกเพราะได้ผลค่อนข้างดี หลักๆให้ไปหาไฟล์เพลงนามสกุล FLAC DSD WAV เป็นต้น แนวเพลงที่แนะนำที่ใช้ในการเบิร์นหูฟังคือแนวเพลง Classic เพราะจะมีเครื่องดนตรีหลายชนิด ทำให้มีเสียงที่ครบถ้วน และ Dynamic ที่ดีมากๆ ค่อนข้างเหมาะอย่างมากในการเบิร์นหูฟังครับ แต่อย่าไปหาไฟล์เสียงที่ใช้สำหรับเบิร์นลำโพง เพราะไดร์อาแฟรมของลำโพงกับไดร์อาแฟรมของหูฟังมีความละเอียดที่ไม่เท่ากัน อาจทำให้ ไดร์อาแฟรมของหูฟังเราเสียหายได้

2.จัด Playlist สำหรับเบิร์น อิน การจัด Playlist

อาจจะเลือกไว้สำหรับ 5-10 เพลง เปิดวนไปวนมาสัก 6-8 ชั่วโมง เพื่อให้เบิร์นหูฟังได้ต่อเนื่อง แต่ไม่ควรเปิดไว้ทั้งวัน เพราะอาจจะก่อให้เกิดการเสียหายต่อไดร์อาแฟรมของหูฟังเราได้ หรือจะพูดให้ถูกคือให้ตัวไดร์อาแฟรมของหูฟังเรา ได้มีเวลาพักบ้าง ไม่ใช้งานหนักจนเกินไป

เป็นอย่างไรกันบ้างครับสำหรับการเบิร์นหูฟังวิธีที่ยกตัวอย่างมาแนะนำคือวิธีที่คนส่วนใหญ่นิยมใช้กันเบิร์นหูฟัง ส่วนการเบิร์นที่แท้จิงนั้นไม่มีใครทราบได้เพราะมีมากมายหลายวิธีให้ถกเถียงกันอยู่เรื่อยๆ ก็แล้วแต่เพื่อนๆ ว่าชอบแบบไหนกันบ้าง อันนี้เป็นวิธีที่แนะนำข้างต้นเท่านั้นนะครับ

 

ขอบคุณเรื่องราวเหล่านี้โดย  เครื่องช่วยฟัง